มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St.Isacc)
มหาวิหารเซนต์ไอแซค (St.Isacc) มหาวิหารนิกายออร์โธดอกซ์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
มหาวิหารเซนต์ไอแซคเป็นชื่อของนักบุญท่านหนึ่งที่มีวันเกิดตรงกับวันประสูติของพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มหาวิหารแห่งนี้
ยุคแรกสร้างด้วยไม้ ยุคต่อมาสร้างด้วยหินแต่จมลงใต้ดิน และในยุคถัดมามีการประกวดการออกแบบมหาวิหารขึ้นซึ่ง
August de Montferrand สถาปนิกชาวฝรั่งเศสได้ชนะการประกวดออกแบบสถาปัตยกรรมหลังนี้
พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โดยมีนักออกแบบเป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ มองต์แฟร์องค์ มหาวิหารได้ถูกออกแบบ
ถึง 24 แบบ แต่มีอยู่แบบหนึ่งที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่ 1 โปรดที่จะให้วิหารแห่งนี้เป็นวิหารที่มีความสวยงามและยิ่งใหญ่
ที่สุดของโลก โดยพระองค์ได้ทรงทุ่มเททั้งกำลังคนและทรัพทย์อย่างมหาศาลซึ่งเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 40 ล้านรูเบิล
ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นเงินจำนวนมหาศาลทีเดียว
ลักษณะยอดโดมของวิหารและส่วนอื่นๆ ปิดทองเหลืองอร่ามไปทั่ว ตัวอาคารยาว 11 เมตร กว้าง 100 เมตร
มีเสากรีกที่ทำจากหินแกรนิตสีแดง และหินมาลาไค้ททั้งต้น รวมกันทั้งหมด 112 ต้น เฉพาะยอดโดมใช้ทองคำแผ่นปิดมี
น้ำหนักรวมแล้ว 100 กิโลกรัม ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง 40 ปี
เนื่องจากผู้ก่อสร้างเชื่อคำทำนายที่ว่า หากมหาวิหารแห่งนี้เสร็จสมบูรณ์ ตนจะเสียชีวิตจึงยืดเวลาการก่อสร้าง
ให้นานขึ้น โดยเฉพาะการทำฝาผนังและวางรากฐานใช้เวลา 5 ปี ใช้เสาเข็ม 5 หมื่นต้นเป็นฐาน ส่วนที่สูงที่สุดของโบสถ์สุง
ถึง 101.5 เมตร เป็นยอดโดมที่มีความสูง การสร้างก็ตัดหินจากฟินแลนด์เป็นแท่งขนย้ายมาทางน้ำ และการสร้างเสาแต่
ละต้นมีวิธีการนำเสาขึ้นไปโดยการเอาเชือกมัดแท่งหินและดึงเสาให้ตั้งขึ้น เสาหนึ่งต้นใช้เวลาดึงขึ้น 45 นาที โดยใช้แรง-
งานคนในการก่อสร้างทั้งหมด ความสวยงามของวิหารแห่งนี้อยู่ที่ยอดโดมที่ทำเป็นรูปโค้งครึ่งวงกลมซ้อนกัน ใฃ้โครงเหล็ก
หรือดลหะพิเศษ และมีกรรมวิธีในการทำโดยการใช้ปรอทผสมกับทองคำหลอมให้เหลว แล้วเทราดลงไป ไอระเหยของ
สารพิษจากปรอทได้คร่าชีวิตกรรมกรไปเป็นจำนวนมากตลอดระยะเวลาการก่อสร้าง แต่ก็นับเป็นวิธีที่ทำให้โลหะที่ฉาบ
อยู่คงทนมาก ประตูทางเข้าวิหารบานใหญ่ทำจากไม้โอ๊กกับสัมฤทธิ์หนัก 6 ตัน มีรูปหล่อของเหล่านักบุญประดับประดาอยู่
ตามผนังห้องในห้องใต้ดินกว่า 1 ล้านใบ และเพื่อให้เกิดเสียงก้องกังวาน ภายในมีรูปสลักหินอ่อนของสถาปนิกประกอบ
อยู่ด้วย
สำหรับการตกแต่งภายในใช้หินอ่อนหลากหลายสี และการวาดภาพด้วยสีน้ำมันแต่ไม่คงทน จึงเปลี่ยนมา
เป็นการประดับประดาด้วยโมเสก มีภาพพระแม่มาดอนน่าฝีมือของช่างรัสเซีย ภาพพระเยซูบนกระจกสแตสกลาส
เสามาลาไคท์ (Malachiten) มีสีเขียวสดโดดเด่น นอกจากนั้นยังมีหินสีมูลค่าสูงและหาได้ยากจากดินแดนต่างๆ อยู่ภาย
ในห้องโถงกว้างของมหาวิหารส่วนหน้าของมหาวิหารมีอนุเสาวรีย์พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 1 ทรงม้า ตั้งอยู่โดดเด่นเคียงคู่
มหาวิหาร
St.Isacc's Cathedral, St.Petersburg's matn cathedral before 1917, is an outstanding monument
of Late Neoclassicism and a museum of history and arts from 193.7. Its history gose back to the year 1710
when a small church dedicated to St.Isacc of Dalmatia, Whose memorial day, May 3.0 (Old Style) coincided
with Peter the Great's Birthday was erected near the Admiralty.